เส้นทางแข้งเทพ! อเกวโร่ กับเส้นทางชีวิต ตลอดกับวงการค้าแข้งฟุตบอล

กุน อเกวโร่ กับเส้นทางชีวิตเริ่มต้นกับสโมสรฟุตบอลในบ้านเกิดกับเรื่องราวกว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตค้าแข้ง

กุน อเกวโร่ หัวหอกคนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในลีกฟุตบอล ผลงานของ อเกวโร่ โดดเด่นอย่างมาก

กุน อเกวโร่

ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี กับอีก 35 วัน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2003 ที่เป็นที่ฮือฮาก็คือ อเกวโร่ ได้ทำลายสถิตินักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดตลอดกาลที่มีเจ้าของเดิมชื่อ ดีเอโก้ อาร์มันโด
มาราโดน่า ตำนานเทพเจ้าลูกหนังของชาวอาร์เจนติน่า

ผลงานของ อเกวโร่ โดดเด่นอย่างมากตลอดระยะเวลา 3 ปีกับ อินดิเพนเดียนเต้ โดยค่อยๆ
ปักหลักเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมและทำผลงานได้ดีโดยยิงได้ถึง 23 ประตูจากการเล่น
53 นัด แน่นอนว่ารัศมีของ “เอล กุน” ที่เป็นสมญาที่ได้จากการที่เป็นคนชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น (กุน ก็คือ “คุง” ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง)เข้าตาของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปเข้าอย่างจัง

อย่างไรก็ตามผลงานในฤดูกาลแรกของ อะกูเอโร ในบิเซนเต้ กัลเดร่อน ไม่สวยงามนัก
เมื่อไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมได้ดีเท่าไหร่โดยเฉพาะไม่สามารถจับคู่กับกัปตันอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส ศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของทีมได้ ต่อมาในฤดูกาล
2007-08 เนื่องจาก ตอร์เรส ได้ย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ทำให้ อเกวโร่ ต้องกลายเป็นตัวตายตัวแทนและเป็นเสาหลักในแดนหน้าของทีมด้วยวัยเพียง 19 ปี เท่านั้น ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการกดไปถึง 19 ประตู

ส่วนในฤดูกาล 2009-10 นับเป็นฤดูกาลที่ดีของ อเกวโร่ เพราะเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์
ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก มาครองได้สำเร็จหลังจากตกรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
มาแข่งในถ้วยนี้ ด้วยเอาชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในช่วงต่อเวลาซึ่งเขาเป็นคนผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูทั้ง 2 ลูก

และเขาก็เป็นคนพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในศึกโคปา เดล เรย์ แต่น่าเสียดายที่ต้องพ่ายแพ้ต่อ เซบีย่า ไป ฤดูกาล 2010-11 เป็นฤดูกาลที่ อเกวโร่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับ แอตเลติโก
มาดริด เมื่อเขายิงได้ถึง 20 ประตูใน ลา ลีก้าซึ่งถือเป็นครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขา
แต่แล้วในวันที่ 23 พฤษภาคม 2011

อเกวโร่ ได้ประกาศผ่านเวบไซต์อย่างเป็นทางการของตัวเขาว่าเขาต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อน และเรียกร้องให้สโมสรปล่อยตัวเขาออกจากทีมจนกระทั่งในวันที่
28 กรกฏาคม 2011 ก็เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เศรษฐีจากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กระชากตัวเขาไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท)

ต่อมาฤดูกาล 2012-13 อเกวโร่ พาทีม “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ เชลซี ไป 3-2 ที่สนามวิลล่า ปาร์ค แต่หลังจากนั้นก็ถูกอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดทั้งปีทำให้เขายิงประตูได้แค่ 17 ประตู จาก 40 นัด

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวพลาดข่าวสาร ข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงทุกท่าน ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจของพวกเรา แล้วพวกเราจะนำข่าวสด ข่าวใหม่ อัพเดททุกวัน ไปไว้บนหน้าจอของทุกท่านแน่นอน

Continue Reading

แข้งสำคัญ! เอล กุน หัวหอกที่ขาดไม่ได้ของ เรือใบสีฟ้า

กุน อเกวโร่ กองหน้าตัวพังประตูของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แข้งที่โดดเด่นในเรื่องการทำประตู และในตอนนี้แข้งรายนี้เป็นคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

กุน อเกวโร่ แข้งศูนย์หน้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชาวอาร์เจนติน่าเชื้อสายเลบานอน เขาเคยซัดประตูสูงสุดในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้วถึง 31 ลูก และจึงไม่แปลกเลยที่ทำให้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังได้รับความสนใจจากบรรดาบิ๊กทีมทั่วยุโรปซึ่งเปเยกรินียืนยันว่าเขาไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เพราะมั่นใจว่า “เอลกุน” จะไม่ย้ายทีมไปไหนแน่นอน

กุน อเกวโร่

เส้นทางชีวิตของ อเกวโร่ เริ่มต้นกับสโมสรฟุตบอลในบ้านเกิดอย่างอินดิเพนเดียนเต้
และสร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในลีกฟุตบอลอาร์เจนติน่า ในเกมกับ ซาน ลอเรนโซ่ ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี กับอีก 35 วัน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2003 ที่เป็นที่ฮือฮาก็คือ อเกวโร่ ได้ทำลายสถิตินักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดตลอดกาลที่มีเจ้าของเดิมชื่อ
ดีเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า ตำนานเทพเจ้าลูกหนังของชาวอาร์เจนติน่า

ผลงานของ อเกวโร่ โดดเด่นอย่างมากตลอดระยะเวลา 3 ปีกับ อินดิเพนเดียนเต้ โดยค่อยๆ ปักหลักเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมและทำผลงานได้ดีโดยยิงได้ถึง 23 ประตูจากการเล่น 53 นัด
แน่นอนว่ารัศมีของ”เอล กุน” ที่เป็นสมญาที่ได้จากการที่เป็นคนชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น (กุน ก็คือ “คุง” ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง) เข้าตาของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปเข้าอย่างจัง

ในฤดูกาล 2011-12 อเกวโร่ ใส่เสื้อเบอร์ 16 ลงสนามให้กับ “เรือใบสีฟ้า” เป็นครั้งแรกในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดที่เอาชนะ สวอนซี 4-0 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2011 ซึ่งเขาถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรองและสามารถยิงประตูแรกให้กับสโมสรได้ด้วย หลังจากนั้นเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยยิงได้ถึง 30 ประตู จากการลงสนาม 48 นัด รวมในทุกรายการ ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้เป็นสมัยแรกในรอบ 44 ปี
ซึ่งเขาก็เป็นคนซัดประตูชัยในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ที่เปิดบ้านเฉือน ควีนส์ปาร์ค 3-2 ในนาทีที่ 94 อีกด้วย

ต่อมาฤดูกาล 2012-13 อเกวโร่ พาทีม “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ เชลซี ไป 3-2 ที่สนามวิลล่า ปาร์ค แต่หลังจากนั้นก็ถูกอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดทั้งปีทำให้เขายิงประตูได้แค่ 17 ประตู จาก 40 นัดที่ลงสนาม รวมทุกรายการและไม่สามารถช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์รายการใดได้สักรายการเดียวซึ่งช่วงปิดฤดูกาลนั้น มีข่าวลือหนาหูว่า เขาจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลสเปน แต่ อเกวโร่
ก็ออกมาปฏิเสธและบอกว่า เขามีความสุขดีที่อยู่กับ แมนฯ ซิตี้

และล่าสุดในฤดูกาล 2013-14 นี้ อเกวโร่ ไม่ได้ลงซ้อมในช่วงปิดฤดูกาลกับสโมสรเลย
เนื่องจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าแต่เขาก็สามารถเรียกความฟิตกลับมาลงสนามได้ทันในนัดเปิดฤดูกาลและซัดประตูให้กับทีมเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ไป 4-0 ในตอนนี้ อเกวโร่ ลงสนามให้ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว 8 นัด ยิงได้ 5 ประตู รวมในทุกรายการ

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวพลาดข่าวสาร ข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงทุกท่าน ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจของพวกเรา แล้วพวกเราจะนำข่าวสด ข่าวใหม่ อัพเดททุกวัน ไปไว้บนหน้าจอของทุกท่านแน่นอน

รับชมข่าวสารฟุตบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติม จิ้มไปที่นี่เลยนะจ๊ะ! Buaksib

Continue Reading